คลังเก็บรายเดือน: กรกฎาคม 2016

REVIEW Projector Acer H7550ST


Acer H7550ST (Home Theater) Projector ที่ออกแบบมาเพื่อคอหนังโดยเฉพาะ รูปทรงค่อนข้างใหญ่แต่มีความแข็งแรง และทนทาน มีช่องระบายความร้อนอย่างดีเยี่ยม มาพร้อมกับลำโพง ระบบสเตอริโอในตัว กำลังเสียงมากถึง 10W

Quick Overview
ความสว่าง(ANSI Lumens)3,000
ความละเอียด(พิกเซล) Full HD (1920×1080)
Contrast เท่ากับ16,000:1
การรับประกัน ตัวเครื่อง 2 ปี หลอดภาพ 1 ปีหรือ 1,000 ชม.


Connectivity-ช่องต่อสัญญาณ
ช่องต่อ พอร์ต HDMI ข้างในที่ซ่อนอยู่ภายในตัวเครื่องเอาไว้ใช้เชื่อมต่อกับ Wireless Adapter พอร์ตด้านนอกก็สามารถเชื่อมต่อได้เหมือนกัน แต่ควรใช้ต่อกับอุปกรณ์อื่นๆดีกว่า

ช่องต่อทั้งหมดของ Acer H7550ST
1.HDMI x 3
2.RS232
3.USB
4.DC 5V Out
5.S Video
6.VGA In
7.VGA Out
8.Component
9.Audio In
10.Audio Out
11.AC In

Picture

 

เลนส์ฉายภาพรูรับแสงกว้าง F2.6วงแหวนซูมภาพ เข้า-ออกแผงควบคุม ปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ
 


Picture 3D

Sound
ระบบเสียงของลำโพงถือว่าเยี่ยมครับ เพราะมีลำโพงติดตั้งมาในเครื่องถึงสองตัว ซ้าย-ขวา ที่ให้พลังเสียงข้างละ 10W รวมเป็น 20Wเจ๋งจริงๆ


จุดเด่นของ Projector Acer H7550ST รุ่นนี้ยังไม่หมด ตัวเครื่องสามารถใช้งานไร้สายได้อีกด้วย สามารถแชร์กันได้ตั้ง 4 เครื่อง พร้อมๆกัน สะดวกสบาย ไม่ต้องต่อสายให้ยุ่งยาก

อุปกรณ์ที่มากับตัวสินค้ามีอะไรบ้างเรามาดูกันครับ


– กระเป๋าโปรเจคเตอร์
– แว่นตาสามมิติแบบ Active x 2
– คู่มือการใช้งาน
– สายไฟ AC Power
– สาย HDMI

จบแล้วครับสำหรับการรีวิวโปรเจคเตอร์ในครั้งนี้ หากมีการผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะครับ แล้วพบกันใหม่ครับผม

สนใจสั่งซื้อ acer projector และยี่ห้ออื่นๆได้ที่ https://projectorpro.in.th

การเตรียมตัวก่อนเลือกซื้อโปรเจคเตอร์

1. กำหนดความต้องการ ควรกำหนดความต้องการที่เป็นไปได้ ไม่ใช่คุยๆไป ไอเดียเริ่มกระฉูด ต้องการฉายกลางแจ้งกลางวันแสกๆและโปรเจคเตอร์มีขนาดเล็กพอใส่ในกระเป๋ากางเกงได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆกับผมเมื่อกว่า 10 ปีมาแล้ว
เมื่อรู้ความต้องการ ต้องมั่นคงไม่วอกแวก พอเห็นลูกเล่นของโปรเจคเตอร์ยี่ห้อหนึ่ง หรือเห็นความสว่างมากๆของอีกยี่ห้อหนึ่ง แล้วเกิดหลงรัก คราวนี้หาเหตุผลที่ต้องซื้อโปรเจคเตอร์ตัวนั้นให้ได้ อย่างนี้เรียกว่า เสียศูนย์
มีรายหนึ่งซื้อโปรเจคเตอร์ราคากว่า 700,000 บาท เพราะเกิดหลงไหลความสว่างที่ 2700 ลูเมน ( นั่นเมื่อกว่า 10 ปีมาแล้ว ) แม้ผมจะแนะนำให้เลือกโปรเจคเตอร์ที่สว่างน้อยกว่า แล้วเอาเงินที่เหลือไปปรับปรุงห้องให้เหมาะสมกับการฉายภาพ ท่านก็ไม่รับฟัง พอครบ 1 ปีเป้งการรับประกันก็สิ้นสุด เครื่องก็เกิดเสีย ค่าซ่อมก็สูงถึงกว่า 5 แสนบาท โรงเรียนมีงบไม่พอ เลยต้องทิ้งโปรเจคเตอร์เครื่องนั้นไปเฉยๆ

2. กำหนดงบประมาณ เช่นกันกับวัตถุประสงค์ ไม่ควรวอกแวก ถ้ามีงบฯสูง ปัญหาแทบไม่มี แต่ถ้างบฯน้อยเกินไป อาจต้องไปซื้อโปรเจคเตอร์ที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ถ้าเป็นอย่างนี้คงต้องเสียเงินไปเปล่าๆ น่าจะคืนงบฯไปจะประหยัดกว่า
ในงาน World Didac Asia 2009 ที่จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต อาจารย์ หลายท่านบ่นว่าของแพง ส่วนคนขายก็จะตอบว่า ถ้าอยากได้ของที่ทำงานได้ตามที่ต้องการ ราคาก็จะสูงตามที่เขาได้เสนอไป ผมขอนำบทความหนึ่งที่โชว์อยู่ในร้านค้ารายหนึ่งในศูนย์การค้าพันทิพย์พลาซ่า ซึ่งเมื่อแปลเป็นภาษาไทยมีใจความว่า
“ไม่เป็นการฉลาดที่จะซื้อของที่แพงไปหรือถูกไป หากซื้อของที่แพงไป สิ่งที่เสียคือต้องเสียเงินเพิ่มอีกเล็กน้อย แต่ถ้าซื้อของที่ถูกไป แล้วของที่ได้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ท่านอาจสูญเงินทั้งหมด”

3. เลือกยี่ห้อ หลายรายชอบถามคนขายว่า ขายยี่ห้ออะไร ยิ่งเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบยี่ห้อยอดนิยมอาจถามว่า ขาย Sony หรือ Panasonic หรือเปล่า ส่วนพวกที่มีความมั่นใจในความรู้ของตน อาจจะขอแค่แคตตาล็อกเพื่อเอาไปศึกษาเอง ผมว่าน่าจะเปิดใจให้กว้างกว่านั้น ให้โอกาสคนขายบอกข้อดีเด่นของยี่ห้อของเขาบ้าง บ่อยครั้งที่ลูกค้าพึ่งจะทราบว่าแท้จริงแล้วเขายังไม่อะไรรู้อีกมาก
บางยี่ห้อรับประกันหลอดฉาย 6 เดือน ประกันเครื่อง 1 ปี บางยี่ห้อรับประกันหลอดฉายฯ 1 ปี ส่วนตัวเครื่องรับประกัน 2 ปีก็มี 3 ปีก็มี ผมว่า 3 ปีนี่คุ้ม เพราะมีโอกาสที่เครื่องจะเสียอย่างน้อย 1 ครั้ง ในปีที่3 มียี่ห้อหนึ่งถ้าหลอดฉายเสียใน 30 ชั่วโมงแรก เขาจะไม่รับผิดชอบ ทั้งๆที่ของใหม่โอกาสที่หลอดจะเสียใน100 ชั่วโมงแรกสูง หลังจากนั้นมักไม่พบปัญหาอะไร อีกอย่างเขาก็ไม่ได้แจ้งเงื่อนไขนี้ให้ลูกค้าทราบมาก่อน
บางยี่ห้อพอใช้ไปประมาณ 500 ชั่วโมง หลอดฉายมืดไปมากจนทนไม่ไหว ผู้ขายก็ยังไม่รับผิดชอบบอกว่ายังใช้ได้อยู่ บางยี่ห้อบริการแย่ กว่าจะซ่อมเสร็จใช้เวลา 3 – 6 เดือน ( ตั้งครึ่งปี ) ที่ทะเลาะกันบ่อยๆคือ บางยี่ห้อแม้พบว่าของเสียตั้งแต่แกะกล่องก็ไม่ยอมเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ ต้องคอยให้ซ่อมอย่างเดียว กว่าจะได้ของมาใช้ ราคาโปรเจคเตอร์ก็ตกลงไปแล้ว 3,000 – 5,000 บาท และคนขายก็ไม่รับผิดชอบส่วนนี้

4. ให้เลือกผู้ขายด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดซื้อหรือผู้ที่ชอบค้นหาสินค้าทางอินเทอเน็ต ชอบที่จะเทียบราคาสินค้ากับยี่ห้อและรุ่น เดียวกัน ที่ไหนถูกที่สุดก็เอาที่นั่น โดยไม่เลือกผู้ขาย ความจริงผู้ขายมีความสำคัญมากเหมือนมีประกัน หากไม่มีปัญหาก็โชคดีไป หากมีปัญหาแล้วผู้ขายนำส่งศูนย์ซ่อมให้ ไม่ว่าจะต้องเสียค่าใช้จ่ายหรืออยู่ในประกันก็ยังถือว่าโชคดี ที่ท้ายสุดก็ยังได้ของกลับมาใช้
แต่ในกรณีที่ซ่อมกลับมาแล้วพบว่ายังใช้ไม่ได้ ผู้ขายยังยินดีมารับกลับไปส่งศูนย์ซ่อมอีก คราวนี้ทางศูนย์ซ่อมยืนยันว่าไม่เสีย แต่เมื่อนำกลับมาใช้ก็พบว่ายังใช้ไม่ได้อยู่ดี จะให้ทำอย่างไร โยนทิ้งไปหรือ บางรายมีความจำเป็นมากๆต้องยอมซื้อเครื่องใหม่ อย่างนี้น่าเจ็บใจไหม

แค่พ่อค้าที่มีความเชี่ยวชาญมากอาจแก้ปัญหาได้ เพราะหลายครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากโปรเจคเตอร์แต่เกิดจากปัญหาอื่น ดังนั้นการเลือกพ่อค้าก็เป็นเรื่องสำคัญ บริการจากผู้ค้าอาจครอบคลุมไปมากกว่าการรับผิดชอบต่อสินค้าที่เขาขายก็ได้ เช่นมีรายหนึ่งบอกว่าเมื่อก่อนโดนถูกผู้ใหญ่ตำหนิประจำ ว่าให้แก้ปัญหาต่างๆหลายครั้งแล้วไม่จัดการให้เรียบร้อยสักที ทั้งๆที่เขาได้แจ้งให้พ่อค้าประจำรายนั้นให้มาดูแลให้หน่อย แต่ก็ไม่ยอมมาบริการ จะเอาแต่ขายลูกเดียว แต่หลังจากเปลี่ยนผู้ขาย ชีวิตของเขาดีขึ้นมาก บางครั้งปัญหาที่ดูใหญ่โต สามารถซ่อมเสร็จภายในวันเดียว ตอนนี้ผู้ใหญ่ชมเชยว่าเขามีความรับผิดชอบดีมาก

5. เทคโนโลยีการสร้างภาพ เทคโนโลยีสร้างภาพที่ใช้กับโปรเจคเตอร์เช่น LCD LCoS DLP และ GLV เป็นต้น แต่ที่ตั้งหน้าห้ำหั่นกันมีอยู่คู่เดียวคือ 3LCD กับ DLP ทั้ง 2 เทคโนโลยีในสภาพการใช้งานจริง สิ่งที่ทั้ง 2 ค่ายต่างสาดโคลนเข้าใส่กันนั้นไม่ใช่ปัญหาใหญ่โดยเฉพาะปัญหาอัตราส่วนเปรียบต่าง(Contrast Ratio) อยากให้เทียบภาพที่ฉายด้วยเทคโนโลยีทั้ง 2 แล้วดูว่าชอบแบบไหน ความแตกต่างระหว่าง 3LCD และ DLP พอจะเทียบได้กับสีโปสเตอร์กับสีน้ำมัน ที่สวยไม่เหมือนกัน

6. ของแถม เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นความเห็นส่วนตัวสักหน่อย นานมาแล้วมีโปรเจคเตอร์ยี่ห้อหนึ่งจัดโปรโมชั่นด้วยการแถมจอสำหรับภาพฉายชนิดติดผนัง/แขวนเพดาน ม้วนเก็บด้วยสปริงขนาด 70” X 70” จนเป็นที่ถูกใจของผู้ซื้อ เล่นเอายี่ห้ออื่นต้องทำตาม ลงท้ายลูกค้าเองเป็นฝ่ายเรียกร้องให้แถมจอฯ การขายโปรเจคเตอร์แถมจอฯนี้ ผู้ขายจะได้กำไรลดลงจริงๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้น กำไรก็น้อยอยู่แล้ว ดังนั้นผมจะไม่โจมตีผู้ขายว่า บวกราคาค่าจอฯ เข้าไปด้วย หรือบังคับให้ซื้อโปรเจคเตอร์แล้วต้องซื้อจอพ่วง
การเน้นของแถมนี้ ผู้ขายจงใจให้ผู้ซื้อโปรเจคเตอร์ เลือกเฉพาะยี่ห้อของเขา ซึ่งอาจทำให้ได้ของที่ไม่ตรงตามความต้องการ อีกประการหนึ่งจอฯ ขนาด 70” X 70” นี้เมื่อเทียบกับขนาดอื่นแล้วมีราคาถูกที่สุด เขาถึงแถมมา แต่ผมไม่อยากแนะนำให้ใช้จอฯขนาด 70” X 70” เท่าไหร่ เหตุผลเพราะ ห้องเรียนแทบทั้งหมดสามารถฉายภาพได้ใหญ่สุดถึง 120” รวมทั้งโปรเจคเตอร์ในปัจจุบัน รุ่นที่มีราคาต่ำสุด ก็สว่างพอที่จะใช้ได้กับจอฯขนาด 120” แล้ว เมื่อเอาจอฯที่แถมมาขนาด 70” X 70” มาใช้ ขนาดภาพที่ฉายขึ้นไปจะได้ใหญ่สุดพียง 87” ( เว้นแต่ผู้ใช้ต้องการภาพขนาดนี้) บางรายซื้อโปรเจคเตอร์ความสว่าง 3000 ANSI ลูเมน แต่ใช้จอฯที่แถมมาขนาด 70” X 70” อย่างนี้น่าเสียดายของมากๆ

7. เตรียมตัวก่อนไปทดลองของจริง หากท่านต้องการไปดูโปรเจคเตอร์ ขอให้วัดความสูงของจอฯที่จะใช้และระยะระหว่างจอฯกับผู้ชมแถวหน้า เวลาไปให้หาเพื่อนที่มีความรู้ด้านภาพจริงๆไปด้วย และที่สำคัญกว่านั้นชวนคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไปด้วย เวลาชมให้ยืนห่างจากจอฯ ในอัตราส่วนเดียวกับที่วัดได้ในห้องประชุมของท่าน บางคนเมื่อไปดูของชอบยืนชิดจอฯ แต่ถ้ายืนดูในระยะเดียวกับที่แนะนำไว้ ภาพที่ดูคมกว่าในระยะประชิดอาจดูไม่แตกต่างจากโปรเจคเตอร์ที่ภาพคมน้อยกว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ถือว่าคะแนนเท่ากัน
เมื่อกลับมาแล้วให้สอบถามคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าเขาเห็นเป็นอย่างไร ที่ให้ทำอย่างนี้เพราะในการใช้งานจริง ผู้ชมส่วนใหญ่จะไม่ใส่ใจกับรายละเอียดปลีกย่อยของภาพที่ฉายมากนัก เมื่อเป็นอย่างนั้น เราไม่ควรให้น้ำหนักกับปัญหานี้มากเกินไป

8. ตัดสินใจซื้อแต่เนิ่นๆ การไม่ตัดสินใจซื้อก่อนการใช้จริงแต่เนิ่นๆ จะมีผลไม่ค่อยดีบางประการ
1. ของที่อยากได้เกิดขาดตลาด แต่เวลาใช้งานกระชั้นรอไม่ได้ เลยต้องยอมซื้อของที่แพงกว่านั้นหรือด้อยกว่านั้นแทน
2. ไม่มีเวลาซ้อมงานพรีเซ้นก่อนวันงานเพียงพอ
3. ในที่สุดอาจไม่ได้ของมาใช้ เพราะอาจติดขัดโน่นนี่ เช่นเงินหมดก่อน อะไรทำนองนั้น หลังจากซื้อไม่ทันใช้งาน ความกระตือรือร้นที่จะซื้อก็จะพลอยเหือดหายหมดไป พองานต่อไปก็เร่งๆจัดซื้อ แล้วก็ซื้อไม่ทันเช่นเดิม เป็นอย่างนี้ไปหลายปี ในที่สุดก็เลิกคิดที่จะซื้อโปรเจคเตอร์ แล้วใช้วิธียืมของคนอื่นยันป้าย

เมื่อรู้วิธีแล้วกำลังมองหาซื้อโปรเจคเตอร์อยู่สามารถเข้าไปสั่งซื้อโปรเจคเตอร์ได้ที่ https://projectorpro.in.th

REVIEW Projector Epson EH-TW550

REVIEW Projector Epson EH-TW550 “ดำ…ดู…ดี”

อะไรคือ ดำ…ดู…ดี คำนิยามสั้นๆ ฟังดูงงๆ สำหรับโปรเจคเตอร์สัญชาติปลาดิบ น้องเล็กสุดในซีรี่ย์ Home Projector ยึดหัวหาดแทน MG-850HD รุ่นพี่ที่ก่อนหน้านั้นสร้างความสั่นสะเทือนวงการด้วยแท่นวาง iPod iPad และ iPhone โดยเฉพาะ ซึ่งถึงกาลต้องลงบัลลังค์ตามกำหนด

“ดำ” สีตัวเครื่องออกแบบมาให้กลมกลืนเข้ากับสภาพห้องที่ต้องควบคุมแสงเพื่อการรับชมภาพยนตร์เรื่องโปรด โดยหลีกเลี่ยงสีสะดุดตาอย่างสีขาว

แต่ด้วยคุณสมบัติความสว่าง 3000 ANSI ส่งเสริมให้โยกย้ายตำแหน่งฮวงจุ้ยจากห้องมืดสู่ห้องสว่าง อย่างเช่น ห้องประชุมขนาด 20-30 ที่นั่ง ได้อย่างง่ายๆ ไม่ต้องคิดมาก เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีต้องการใช้งานหลากหลายประเภท โดยเครื่องโปรเจคเตอร์เพียงเครื่องเดียว

เบื้องหน้าและเบื้องหลังเจ้าดำทรงเสน่ห์จากแดนปลาดิบ

จากความละเอียด 720P ตั้งแต่คลอดจากโรงงาน รองรับภาพยนตร์ HD สัดส่วน 16:9 ได้สมบูรณ์แบบ หรือจะโยกไปใช้งานสำหรับการนำเสนองานจากคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็ปเล็ต สามารถทำได้อย่างไม่ขัดเขิน เพราะช่องเชื่อมต่อที่ครบครั้น ทั้ง D-sub, HDMI, AV, S-video หรือแม้กระทั้งช่อง USB (ผ่านทางโปรแกรมเฉพาะของ Epson อย่าง Epson USB Display)

นอกจากความสว่างที่ให้มาอย่างสูงแล้ว ความคมชัดได้ยกขึ้นมาจาก MG-850HD เป็น 5000:1 ขับเฉดสีให้โดดเด่น ฉูดฉาดสมราคา และเพื่อความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ ภาพยนตร์ 3 มิติจึงเป็นสิ่งที่ทาง Epson ไม่ได้มองข้าม

จึงมาถึงที่มาของคำว่า “ดู” ซึ่งได้โปรยหัวไว้ข้างต้น การดูภาพยนตร์จึงเป็นเรื่องง่ายเพียงแค่ออกแรงกดปุ่ม

การทำงาน 3D Ready และ 3D Full Format จาก HDMI

การทำงาน 3D Full Format ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวกลางในการแปลงสัญญาณภาพ เพียงแค่แหล่งต้นทางส่งสัญญาณออกมาตัวเครื่อง Epson TW550 จะทำงานเข้ารหัสภาพและฉายออกมาเป็น 3D เองโดยอัตโนมัติหรือไม่เช่นนั้นใช้การปรับด้วยตัวเครื่องเองได้เลย ในโหมดปรับรูปแบบประเภทของ 3D Format จะแบ่งเป็นดังนี้ Auto, Side by Side, Top & Bottom, 2D, Frame Packing

ลักษณะภาพยนตร์แบบต่างๆ

และเพื่อลดปัญหาการรับชมภาพยนตร์ 3 มิติขาดความต่อเนื่องด้วยพื้นฐานการทำงานของแว่น 3D บนระบบอินฟาเรด อันจะเกิดได้จากองศาของการรับชม (Line of sight) การรบกวนกันเองของคลื่นอินฟาเรดจากรีโมทคอนโทลและของตัวแว่น 3 มิติ ทาง Epson จึงได้พัฒนาระบบใหม่เพื่อตัดปัญาหาเหล่านี้ทิ้ง

เปรียบเทียบระหว่างการใช้อินฟาเรดและบูลทูธ

จากหลักการทำงานของบูลทูธผ่านความถี่ของคลื่นวิทยุ (RF) ความแม่นยำที่ได้มีค่าสูงกว่าการตอบสนองของระบบอินฟาเรด ปราศจากการรบกวนกันเองจากอุปกรณ์ภายในห้องหรือสิ่งเร้าจากภายนอก ทำให้การรับชมเป็นไปได้อย่างไม่มีสะดุด ขจัดขอบเขตองศาของการรับชมไปได้อย่างสิ้นเชิง เพิ่มอรรถรสความบันเทิงภายในบ้านได้อย่างเต็มอิ่ม

หน้าตาแว่น 3D โฉมใหม่ เสียบชาร์จไฟจากสาย USB และใช้งานต่อเนื่องได้นานสุด 40 ชม.

เพื่อง่ายต่อการเคลื่อนย้ายและติดตั้ง การแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูอัตโนมัติจึงเป็นสิ่งที่ทาง Epson ไม่ได้มองข้ามยังคงนำมาไว้พร้อมกับการแก้ไขคางหมูแนวนอน แต่ผู้ใช้จำเป็นต้องทำการปรับแก้ไขเอง ด้วยแถบเลื่อนบริเวณด้านบนเครื่องหรือใช้ฟังค์ชั่น Quick Corner เลือกปรับมุมแต่ละด้านได้ตามความต้องการของผู้ใช้

ปัญหาเรื่องพื้นที่ไม่อำนวยจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ด้วยการแก้ไขภาพสี่เหลี่ยมคางหมูแนวนอน

คงทำให้ EH-TW550 ของ Epson เป็นตัวเลือกข้อแรกๆ ของผู้ที่ต้องการใช้งานหลากประเภท ครอบคลุมทั้งความบันเทิงส่วนตัว และเน้นการทำงานคล่องตัว ด้วยราคาไม่แพงจนเกินไปรอให้คุณได้สัมผัส จับจองเป็นเจ้าของด้วยข้อ “ดี” อันมากมาย

สนใจสั่งซื้อ Projector Epson EH-TW550 และเอปสันโปรเจคเตอร์รุ่นอื่นๆได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/epson.html

REVIEW Projector BenQ TW526

REVIEW Projector BenQ TW526 ยกระดับงานพรีเซ็นต์ ให้เหนือกว่าด้วยระบบ HD

กลับมาอีกแล้ววันนี้มานำเสนอเครื่องโปรเจคเตอร์ไว้ใช้ในงานพรีเซนต์ แต่แอบ เอ็นเตอร์เทน พอสมควร กับโปรเจคเตอร์ “BenQ รุ่น TW526” ที่มีความสว่าง สูงถึง 3200 Ansi Lumen เลยทีเดียวและมาพร้อมกับความละเอียดในระดับ HD หรือ 1280×800 (WXGA) ส่วนหน้าตาของเครื่องนะหรอ……ถ้าคุณๆยังจำกันได้กับรุ่น TW523P คุณคงนึกไม่ถึง ถึงการเปลี่ยนแปลงเลยหล่ะ

หน้าตาเครื่อง TW526 หน้าตาเครื่อง TW523P

แต่คงคิดกันมาแล้วว่า Design เครื่องหน้าตาแบบนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะแบรนด์จริงๆดูดีและเรียบง่ายไม่ใหญ่เทอะทะจนเกินไป รูปลักษณะของเครื่องมีผลต่อการซื้อขายไม่น้อยนะครับยิ่งดูดี บางเบา ยิ่งเป็นที่สนใจอย่างที่สุด

ข้อได้เปรียบของรุ่นนี้คือ ความคมชัดที่สูงพอสมควรเพราะส่วนใหญ่ราคาเครื่องประมาณนี้คุณจะซื้อได้แค่ ความละเอียดที่ XGA หรือ 1024×768 แต่กับรุ่นนี้ ได้ความละเอียดที่มากขึ้นจนเห็นข้อแตกต่างได้ชัดเจน

เห็นมั้ยครับว่า มันชัดเจนมากแค่ไหนขอบคุณภาพประกอบจาก BenQ Thailand

และยังมาพร้อมกับค่าความสว่างที่มากขึ้นกว่าแต่ก่อนจึงไม่ต้องกลัวว่าภาพที่ออกมาจะดูซีดแม้ในห้องที่สว่าง

นี้คือข้อแตกต่างระหว่าง เครื่องที่มีความสว่างมากกว่ากับน้อยกว่า

TW526 ยังคงความเป็นรุ่นประหยัดพลังงานไว้เหมือนเดิมแม้จะมีความสว่างของหลอดภาพมากขึ้นก็ตาม เพราะมีโหมดภาพให้เลือกใช้งานถึง 4 โหมดด้วยกัน และโหมดที่ประหยัดที่สุดคือ Lamp Save จะสามารถใช้ได้ถึง 10,000 ชม เลยทีเดียว

และมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องระบบการพรีเซนต์ไฟล์วีดีโอที่เป็นระบบ 3D หรือจะใช้ดูหนัง 3D ตรงจาก Blurayก็ได้แบบไร้ปัญหากว่ารุ่นเก่าๆที่ผ่านมา สีอิ่มขึ้นคมชัดขึ้นเมื่ออยู่ในระบบ 3D จาก BenQ TW526

สุดท้ายนี้อยากให้ลองเปิดใจรับน้องใหม่ในระบบ HD 3D ที่ไม่ว่าจะพรีเซนต์งานหรือ เอามาทำเป็นห้องดูหนัง ก็คุ้มแสนคุ้ม ส่วนราคาน่ะหรอเข้าไปชมได้ที่ https://projectorpro.in.th/projector/benq/benq-tw526.html